วิวาทะ:รากเง่าไทย

About Architecture & etc. ครูโง่..บอก..ศิษย์
วันอังคาร, ธันวาคม 27, 2548 วิวาทะ:รากเง่าคนไทย คนไทยด้อยกว่าต่างชาติตรงไหน? -------------------------------------------------------------------------------- จากสายตาเด็ก(เคย)นานาชาติอย่างผม บอกได้เลยครับ ว่าต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ที่ความคิด คนไทยไม่(ค่อยอยาก)รู้จัก ไม่ยอมรับรากของตน แต่กลับพิศวง กับค่านิยมต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น หรือแถบตะวันตก ทั้งๆที่ประชาชนในประเทศนั้นเขานับถือรากตนเอง และถือว่าประเทศตนเองนั้นเหนือกว่าใคร คนไทยเราไม่ค่อยมีตรงนี้ อย่างTadao Ando เค้าออกแบบงานแนวใหม่ แต่ก็ไม่ได้ละเลยความเป็น Shinto เป็นเซนในงานเค้า เพราะมันทำให้เป็นเขา เป็นชาวญี่ปุ่น เป็นงานที่เขาเท่านั้น ออกแบบได้ พอเราๆมาเห็น ก็...ก็อปงานเขามา หารู้เนื้อหาสาระในนั้นไม่ นี่แหละที่แตกต่าง... โดย Chiaroscuro aka Gloria [18 มิ.ย. 2547 , 15:15:11 น.] ข้อความ 1 เพราะว่ามันมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้องกันซะจิง คนไทยนับถือ ฝรั่งมากกว่าคนไทยด้วยกันเอง นี่มันก็หมักหมมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฝรั่งมีแต่ของดี ของเจ๋งมาให้(ซื้อ)ตั้งแต่ปีมะโว้ เราก็ยังตะบี้ตะบันซื้ออยู่จนปัจจุบัน ผิดกะญี่ปุ่นที่เค้าเอามาแล้ว ก็มาศึกษาจิงจัง คิดเอง พัฒนาเอง บางอย่างดีกว่าฝรั่งอีก อันนี้นี่มันก็สืบเนื่องมาจากวิธีคิด และระบบสังคม วัฒนธรรมโดยแท้ คนไทยอยู่สบาย ในน้ำมีปลาในนามีข้าว อากาศร้อน กินแล้วก็นอนสบายๆ ใครจะมานั่งคิดประดิษฐ์อะไร แต่จิงๆญี่ปุ่น นี่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ไม่เถียงนะ ที่แบบว่ายังไม่ลืมราก แต่หันมาดูวัยรุ่นญี่ปุ่นสมัยนี้สิ ก็ดู pro ฝรั่งมากพอควรเลยนะ อย่างสถาปัตย์นี่ ก็ต้องพูดกันอีกต่างหากเรย เพราะว่ายิ่งมีปัจจัยเฉพาะ field นี้อีกมากมาย ที่ทำให้เค้ายังสามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ชาติออกมาได้ โดย กัมสลากัมสลัมกัมสลามานัม [19 มิ.ย. 2547 , 00:00:05 น.] ข้อความ 2 ผมอยากจะเริ่มตรงที่...พระท่านสอนว่า.. คนเรามักชอบมองเห็นแต่คนอื่นๆ ไม่ ชอบมองกลับมาที่ตนเอง..เลยไม่เห็นตัวตน หรืออาจคิดว่า ตัวของเราของๆเรา มาดูเมื่อไร ก็ได้.. ตอนนี้เอาเป็นดู หรือเลียนแบบคนอื่นก่อน หากไม่เข้าท่าหรือเบื่อดูคนอื่นแล้ว จึงกลับมาดู ตัวเอง ...ยิ่งคนแก่ใกล้ตาย..จะนึกแต่ของๆตัวเอง บางทีรากเน่าๆก็ยังมัวชื่นชมจนตัวตาย.. อัตตานี้ แหละเป็นปัจจัย ให้เวี่ยนว่ายกันในวัฏฏไม่สิ้นสุด เผลอๆเราก็อาจเคยเป็นเช่นอันโด๊..อันเด๋ กันมาแล้ว เพราะพระท่านเคยบอกว่า คนคนหนึ่งมีเวลาการ เวียนเทียนเกิดตายมานับครั้งไม่ไหว เก็บกระดูกของ แต่ละภพชาติมากองรวมกัน สามารถกองได้สูงไม่ แพ้ความสูงเขาพระสุเมร...อีเวอเรส เรื่องของการติดยึดในเชื้อชาติเผ่าพันธ์..ผมว่าเป็น สัญชาตญาณหนึ่งของมนุษย์ หากเชื่อแน่ว่าตัวมีดี ก็คงอวด แต่ถ้าไม่แน่ใจ ก็อาจอุบไว้ก่อน เลียนแบบมนุษย์ฝูงอื่นที่ดังกว่า ..เพราะเผลอๆก็อาจได้เดินตามฝูงอื่นๆนั้นได้ การเลียนแบบคนอื่น..ผมว่าทำได้ไม่นาน มันคงไม่ฟิตกับกำพืดตัวเอง สักวันใดก็วันหนึ่ง ...แต่อายุยังเยาว์ ก็ต้องชอบลอง ลองเล่นของเล่นคนอื่น มันอาจเป็นการพัฒนาประสบการณ์ได้เหมือนกันนะ ในทางการเมืองกลุ่มคนที่รักกำพืดตัวเอง มักเป็นชนชั้นปกครอง ไม่อยากให้คนในฝูงแยกฝูงออกไปชอบคนฝูงอื่น เพราะพวกตนจะเหงา เลยมักหลอกล่อ ออกอุบายต่างๆนานา ให้ช่วยกันรักฝูงรักเผ่าพันธ์ เกิดมาคลานได้เชื่องช้าอย่างไร ก็เอาไว้อย่างนั้น โดนสัตว์อื่นคลานเร็วไปแย่งอาหารได้ก่อน ก็ไม่สน ยอมตายเพื่อรักษากำพืด "คลานช้า" ไว้จนตาย สัตว์พันธ์นี้ ปู่ดาร์วินบอกว่ามักสูญพันธ์ในที่สุด เพราะโม้ไว้ยาว...เลยมีต่อ โดย คนชอบโม้ [21 มิ.ย. 2547 , 10:07:23 น.] ข้อความ 3 เรื่องของกำพืด หรือการติดยึดในคุณค่าต่างๆของเผ่าพันธ์ พระท่านเลี่ยงไปว่า...เป็นเรื่องของสมมุติบัญญัติ ตั้งกัน คิดกัน เชื่อกันมาเอาเอง ความเป็นจริงไม่มี เพราะถ้าคนไทยยึดกำพืดเดิมๆ..ศาสนาพุทธก็คงรุ่งเรือง อยู่ในเมืองไทยขณะนี้ไม่ได้ โลกมันเปลี่ยนแปลงกันทุกวัน เราก็ควรเปลี่ยนมัน ตามไป อะไรยึดไว้ได้ก็ยึดไว้ ที่ไม่ได้ก็ต้องปล่อยวางบ้าง เรื่องรูปแบบสถาปัตยกรรม เป็นเรื่องปาหี่ เปรียบ กับสินค้าก็เหมือนการสร้างยี่ห้อ ก็ว่ากันไป ไม่อยากให้คนในฝูงหมั่นไส้ ก็รักษากำพืดไว้หน่อย มีแบร์นไทยๆ ส่วนแบบไหน เป็นรากแท้ รากเทียม รากที่เป็นสากล รากทางปรมัตตธรรม จะรู้หรือไม่ก็ว่ากันอีกเรื่อง ค้นกันจนกว่าจะค้นพบรากแท้ๆ ของทุกๆคนจริง นั่นแหละ โลกก็จะถึงวันเวลาอวสาน...วันสิ้นโลกจริงๆ ก็คงต้องเล่นปาหี่สถาปัตยกรรม.....กันต่อไปเรื่อยๆ ...นะครับ โดย โม้อีก [21 มิ.ย. 2547 , 10:13:11 น.] ข้อความ 4 เมื่อวานเราคุยกันในชั้นเรียนปีห้า วิชาสัมมนา โดย มีอจ.ดร.รชพร ชูช่วย ให้ข้อคิดของอิทธิพลทางความคิดของตะวันตก ที่มีต่อการศึกษาและออกแบบ สถาปัตยกรรมในบ้านเรา มีประเด็นที่น่าสนใจหนึ่งคือ องค์ความรู้ ที่เกิดจากการบันทึก หรือรวบรวมความรู้ต่างๆ ของชุมชน หรือของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน อัน จะนำไปพัฒนาเป็นวิทยการอื่นๆต่อไปนั้น ทางประเทศตะวันตกเขากระทำเรื่องนี้กันมาก่อน มหาวิทยาลัยแห่งแรกก็เริ่มกันที่นั่น การเรียนรู้ ก็ได้แพร่หลาย ไปสู่คนทุกระดับของประเทศ ไม่กระจุกกันในแค่ชนชั้นปกครอง ความรู้เมื่อมีการแพร่ขยายก็มีพัฒนาการ วิทยาการต่างๆเกิดขึ้นตามมา วิชาสถาปัตยกรรม ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง และมีความเชื่อมโยงกับ วิชาการสาขาอื่นๆ ประเทศเรา หรือในแทบทุกชุมชนทุกประเทศ ก็มีความรู้ต่างๆ(เพื่อการอยู่รอดของชุมชน)ของตน เกิดขึ้นกันทั้งนั้น แต่เผอิญเราไม่เคยคิดสร้างองค์ความรู้เหล่านี้ไว้ เพื่อ ประโยขน์แก่คนอื่นๆในชุมชน หรือเพราะไม่มีวิทยาการการบันทึกที่ดีพอ หรือไม่ชอบการบันทึก ความรู้หลายเรื่องก็เลยถูกลืมและสูญหายไป ครั้นพอทางตะวันตกเกิดแหล่งเรียนรู้ ผู้นำของเราก็จึง ตระหนักถึงความสำคัญนี้ มหาวิทยาลัยเลยเกิดขึ้น แต่เราต้องเรียนรู้ในเรื่องที่เป็นองค์ความรู้ของ ชนชาติอื่น เรียนไปเราก็พัฒนาการเป็นวิทยาการ ไปใช้กันอย่างทุลักทุเลกันตลอดมา โดยเฉพาะทางด้านสถาปัตยกรรม เพราะเราสร้างหลักการออกแบบ จากรากเง่าความรู้ของตะวันตก พอมารู้ตัวและอยากอวดรากเง่า หรือความรู้ของตนเอง เราก็ไม่รู้เพราะหาความรู้ไม่เจอ เพราะไม่มีองค์ความรู้เรื่องของสถาปัตยกรรมที่ยอมรับทั่วกัน มาก่อน การเรียนรู้เรื่องสถาปัตยกรรม จึงกระจัดกระจาย จับเอาได้เป็นแบบรากแขนงฝอยๆ การปลูกฝัง รากเง่าความรู้พวกนี้ ก็ขาดๆเกินๆ จับหลักประเด็น ได้ยาก ความรู้ความเข้าใจและการแพร่หลาย ก็เลย ไม่หยั่งลึกลงในสำนึกของคนในชาติทั้งมวลได้ ไม่มีผลสรุปที่เป็นแก่นสาร และการยอมรับได้โดยทั่วกัน ขณะนี้เรากำลังเริ่มย้อนรอยสร้างองค์ความรู้ โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งเรามีกันมาก่อน แต่ไม่เคยรวบรวมกันไว้เป็นองค์ความรู้ เพื่อการแจก แถม หากมี การกระทำเพื่อสร้างองค์ความรู้นี้ก็จะดำเนินต่อไป แม้ว่าจะได้องค์ความรู้จากรากที่จริงบ้างเท็จบ้าง ก็ยังดี และอาจหลงยึดถือเป็นรากเง่าสมมุติของเราได้ต่อไป ..กระมัง..ครับ โดย โม้มาอีก [23 มิ.ย. 2547 , 09:41:44 น.] ข้อความ 5 จู๋เล็กกว่าฝรั่งเยอะค่ะ โดย สาวซิง [10 ต.ค. 2547 , 22:26:07 น.] ข้อความ 6 คงไม่ถึงขนาดแสดงความคิดเห็นฟันธงว่า คนไทยด้อยกว่าตรงไหน และคงไม่ใช่ข้ออ้างอิงอะไร เป็นเรื่องเป็นราวนะคะ เรื่องนึงที่สังเกตมาสักพักใหญ่คือ คนไทยโดยทั่วไป จะเป็นคน "ผิวๆ" คือ สนอกสนใจง่าย เข้ามาหาง่าย เฮโน่นเฮนี่ แต่ไม่ยอมลงลึกมาก และอะไร ที่ทำท่าว่าจะไม่สนุกจะไม่ค่อยทำ ซึ่งไม่อยากฟันธงว่ามันไม่ดี ข้อดีอาจจะเป็นทำให้คนไทยรับโน่นรับนี่มาได้ง่ายๆ (แต่รับมาแล้วเป็นไงต่อก็อีกเรื่อง) เรื่องที่ อ.รชพร อธิบายเป็นคำตอบที่มีประเด็นในหัวข้อที่น้องสัมนา แล้วก็เป็นเรื่องที่โครตน่าหงุดหงิดใจ ความรู้ ข้อมูล และสมบัติของประเทศตัวเองไม่ค่อยได้ใส่ใจบันทึกศึกษา เผลอๆหลายๆชาติอาจจะมีข้อมูลของเรามากกว่าที่เรามีซะด้วยซ้ำ แล้วก็มานั่งงมหาความเป็นไทยจากตะกร้า ที่ไม่ได้เก็บอะไรไว้เป็นชิ้นเป็นอัน เซ็ง จริงๆแล้ว ความที่ในตะกร้า มีแต่ของไม่เป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็เต็มไปด้วยของจากคนอื่น นี่หรือเปล่าที่แสดง "ความเป็นไทย" ของแท้ โดย M_M [15 ม.ค. 2548 , 20:32:00 น.] y.na nagara ที่ 7:24 หลังเที่ยง ไม่มีความคิดเห็น: แสดงความคิดเห็น y.na nagara ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Comments

Popular posts from this blog

Post_modern vs Modern

Minimalist